skip to Main Content

Nasaleze Travel

เตือน! เด็กติดไวรัสร้าย มีอาการทางสมองรุนแรงได้

อย่าวางใจว่าไวรัสสายพันธุ์ใหม่ทำอันตรายลูกไม่ได้…เพราะมีคุณหมอเตือนพ่อแม่ถึงอาการทางสมองที่รุนแรงจนเสียชีวิตได้หลังจากที่เด็กติดเชื้อ ทั้งที่ไม่มีโรคประจำตัวเลย แบบนี้พ่อแม่อย่างเราต้องรีบเสริมเกราะที่จมูกเพื่อหยุดไวรัสร้าย เพราะแค่หน้ากากอนามัยนั้นเอาไม่อยู่!!

เด็กติดเชื้ออาจมีอาการทางสมอง เสี่ยงเป็นโรคเรื้อรังตลอดชีวิต

               มีรายงานจากกุมารแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรคระบบประสาทวิทยา โรคลมชักในเด็ก ออกมาโพสต์ข้อความผ่านทางโซเชียลมีเดียว่า ในฐานะหมอสมองเด็กจึงทำให้ไม่ค่อยได้ดูแลหรือสัมผัสกับโรคโควิดมากนัก เนื่องจากในเด็กมักจะติดเชื้อน้อยกว่าผู้ใหญ่และมักไม่มีอาการทางสมอง แต่เมื่อโควิด19 จากโอมิครอนระบาด เริ่มมีเคสปรึกษาอาการทางระบบประสาทจากทุกช่องทางของโรงพยาบาลต่างๆ ทั่วประเทศ  โดยที่น่าห่วงคือล่าสุดได้มีผู้ป่วยเด็กที่ติดเชื้อโควิดอายุเพียง 6 ปี และ 8 ปี ที่ไม่มีโรคประจำตัวมาก่อน แต่มีอาการทางสมองอย่างรุนแรง ทั้งมีไข้ มีอาการชัก และมีอาการซึมลงเหมือนกันอย่างรวดเร็ว

หลังจากที่ได้ดูภาพถ่ายสมองคุณหมอพบว่ามีสมองบวมเป็นหย่อม โดยมีรอยโรคอยู่ตำแหน่งจำเพาะที่สำคัญของสมองทั้งสองข้าง ซึ่งลักษณะเช่นนี้จะพบได้บ่อยจากเชื้อไวรัสหลายชนิด เช่น ไข้หวัดใหญ่ และอื่นๆ ซึ่งผู้ป่วยเด็กนี้สมองเสียการทำงานไปทั้งหมดแล้ว เพราะโรคมีความรุนแรงมากจนทำให้เด็กเสียชีวิต  ซึ่งแพทย์ทางสมองเองก็ยังไม่มั่นใจว่าแม้จะวินิจฉัยได้เร็วจะสามารถช่วยเด็กได้มากแค่ไหน ดังนั้นจึงอยากให้ผู้ใหญ่หรือผู้ที่ใกล้ชิดเด็กหมั่นสังเกตอาการ และตระหนักถึงความอันตรายของการติดเชื้อโควิด และอาการทางสมองแบบรุนแรงที่อาจเกิดขึ้นกับเด็กได้โดยที่ผู้ใหญ่ไม่ทันได้ระมัดระวัง

คุณหมอจึงออกมาแนะนำให้คุณพ่อคุณแม่หมั่นสังเกตลูกว่า หากมีอาการ ไข้ ชัก ร่วมกับซึม คือมีอาการซึมและนอนหลับมากผิดปกติ คือสิ่งสำคัญที่แสดงถึงอาการทางสมอง ซึ่งจะแตกต่างจากคนส่วนใหญ่ที่มีไข้และมีอาการชัก โดยที่หลังชัก ก็จะฟื้นคืนสติได้เหมือนเดิม หรือกินยากันชักแล้วก็มักจะควบคุมอาการชักได้และปลอดภัย  แต่หากเมื่อใดที่ลูกมีอาการซึม  อย่าปล่อยไว้ ควรรีบไปพบแพทย์เฉพาะทางสแกนเช็กสมองทันที เพื่อจะได้รักษาทันท่วงทีก่อนที่จะเกิดเหตุเศร้าใจขึ้น

ติดเชื้อโอมิครอน อาจทำเด็กเสี่ยงเป็นโรคเบาหวานเรื้อรัง

อีกข้อมูลที่น่าตกใจมาจากอาจารย์แพทย์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่เผยข้อมูลผ่านโซเชียลมีเดียบอกว่า การติดเชื้อโอมิครอนจะส่งผลต่อระบบต่างๆ ในร่างกาย จนมีปัญหาระยะยาวได้ ทั้งเรื่องระบบสมอง ระบบหัวใจและหลอดเลือด ระบบทางเดินอาหาร ระบบภูมิคุ้มกัน ฯลฯ

ซึ่งการติดเชื้อโอมิครอนแม้ข้อมูลจะบอกว่ามีความรุนแรงน้อยกว่าเดลต้า แต่หลักฐานวิชาการจนถึงปัจจุบันชี้ให้เห็นว่าคนที่เคยติดเชื้อโควิดมาก่อน จะมีภาวะอาการคงค้าง หรือที่เรียกว่า Long COVID ได้สูงถึง 20-40% ทำให้มีอาการเจ็บป่วยเกิดขึ้นและอาจมีอาการได้ยาวนานถึง 3 เดือนขึ้นไป ตั้งแต่ อาการหอบเหนื่อย เพลีย พบพังผืดที่ปอด พบความผิดปกติที่ปอด เกิดภาวะลิ่มเลือดอุดตัน พบความผิดปกติเกี่ยวกับระบบหัวใจและหลอดเลือด ภาวะติดเชื้อแบคทีเรียหรือเชื้อราแทรกซ้อน เกิดการอักเสบภายในอวัยวะสำคัญ เช่น ตับอักเสบเฉียบพลัน การทำงานของไตบกพร่อง ไตวายเฉียบพลัน ปัญหาทางระบบประสาท กล้ามเนื้ออ่อนแรงจากการนอนในโรงพยาบาลเป็นเวลานาน ภาวะซึมเศร้า รวมถึงโรคนอนไม่หลับ และภาวะลองโควิดนี้จะส่งผลต่อระบบต่างๆ ในร่างกาย ทำให้มีปัญหาระยะยาวได้ในเกือบทุกระบบ  โดยเฉพาะในเด็กหากติดเชื้อยังส่งผลให้เสี่ยงต่อการเป็นเบาหวานชนิดที่ 1 ซึ่งจะทำให้ป่วยเรื้อรังตลอดชีวิตได้อีกด้วย

นอกจากนี้แม้ว่าจะหายจากการติดเชื้อโควิด19 แล้วก็ตาม ก็ยังต้องหมั่นสังเกตตัวเอง สังเกตคนใกล้ชิดหรือเด็กอย่างละเอียด เพราะหากมีอาการป่วยผิดปกติต่อเนื่องยาวนาน ควรไปพบแพทย์เพื่อหาสาเหตุและตรวจเพิ่มเติมอย่างละเอียด ไม่ปล่อยทิ้งไว้จนมีอาการรุนแรงและเรื้อรัง  และท้ายที่สุดคือการปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการติดเชื้อโควิด19 อยู่เสมอ  หมั่นดูแลตัวเอง ดูแลลูกและคนในครอบครัว ป้องกันทุกวิธีเพื่อไม่ให้ติดเชื้อเป็นการดูแลสุขภาพที่ดีที่สุด

                  

              

สร้างเกราะป้องกันไวรัสให้ลูก หยุดการติดเชื้อ เพื่อไม่ให้ลูกรักต้องเสี่ยงกับปัญหาสุขภาพและมีอาการรุนแรงจากสาเหตุของไวรัสร้ายโควิด คุณพ่อคุณแม่ต้องพิถีพิถันใส่ใจให้ความสำคัญกับการป้องกันไม่ให้ลูกน้อยติดเชื้อไวรัสอย่างเคร่งครัด พร้อมกับเร่งสร้างเกราะปกป้องลูกในทุกด้าน ด้วยวิธีการดังต่อไปนี้

            พาลูกไปฉีดวัคซีนตามคำแนะนำของกระทรวงสาธารณสุข คุณพ่อคุณแม่ควรพาลูกวัย 5-11 ปี ไปฉีดวัคซีนตามคำแนะนำของภาครัฐ พร้อมรับเข็มกระตุ้นตามกำหนดเวลาเสมอ  รวมถึงเด็กที่อายุ  12-17 ปี ควรเข้ารับการฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้นก่อนเปิดเทอม ซึ่งสามารถที่จะฉีดครึ่งโดส หรือเต็มโดสก็ได้ โดยวัคซีนเข็มกระตุ้นจะฉีดห่างจากเข็มที่ 2 นาน 4-6 เดือน ส่วนในเด็กเล็กวัย 5-11 ปี ที่ยังไม่ได้รับวัคซีนเข็ม 2 แนะนำให้คุณพ่อคุณแม่พาลูกเข้ารับวัคซีน เพื่อเพิ่มความปลอดภัยจากการติดเชื้อและอาการแทรกซ้อนอื่นๆ จากโควิด

              เนื่องจากวัคซีนมีความจำเป็นต่อเด็กอย่างมาก เนื่องจากเด็กๆ  จำเป็นต้องไปโรงเรียนและอยู่ร่วมกับผู้อื่น รวมถึงยังไม่สามารถดูแลตัวเอง ป้องกันการติดเชื้อได้ดีเพียงพอ หากเด็กมีการติดเชื้อโดยไม่รู้ตัวจะทำให้เชื้อแพร่กระจายไปอย่างรวดเร็ว ดังนั้น การได้รับวัคซีนจะทำให้การแพร่กระจายของโรคน้อยลงและสามารถควบคุมการระบาดได้ อีกทั้งในเด็กที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคอ้วน โรคหัวใจ โรคทางเดินหายใจ ยิ่งจำเป็นต้องได้รับวัคซีนป้องกัน เพราะหากมีการติดเชื้อจะทำให้มีอาการรุนแรงได้ นอกจากนี้ยังมีหลักฐานปัจจุบันที่ยืนยันว่าวัคซีนจะช่วยลดความรุนแรงได้หากมีอาการติดเชื้อ

             ป้องกันจมูกลูก ไม่ให้สูดไวรัส ด้วยสเปรย์พ่นจมูกชนิดผง เพราะจมูกเป็นช่องทางสำคัญที่นำเชื้อโรคเข้าสู่ทางเดินหายใจ แนะนำให้ใช้ สเปรย์พ่นจมูกชนิดผง นาซัลลีซ ทราเวล ( Nasaleze Travel) นวัตกรรมใหม่เพื่อสุขภาพของทุกครอบครัวที่สามารถช่วยป้องกันไวรัสและลดอาการรุนแรงของโรคติดเชื้อทางเดินหายใจได้ ด้วยคุณสมบัติพิเศษนั่นคือ

  •  ผลิตจากสารสกัดธรรมชาติ 100%  มีส่วนผสมของผงเซลลูโลส(HPMC) 93% จากเปลือกสนอังกฤษ  ผงกระเทียมป่ายุโรป 5% และผงเปปเปอร์มิ้นต์ 2%
  •  เปลี่ยนผงสเปรย์เป็นลักษณะเจลใสในจมูก ช่วยดักจับและป้องกันไวรัสที่แพร่กระจายในอากาศเข้าสู่เยื่อบุจมูก
  •  มีประสิทธิภาพป้องกันไวรัสได้จริง ผ่านการทดสอบทางคลินิก ยืนยันทำให้ไวรัส มีฤทธิ์อ่อนลง ช่วยลดอาการรุนแรง และลดระยะเวลาในการรักษาโรคติดเชื้อทางเดินหายใจ เช่น ไข้หวัด ไข้หวัดใหญ่ได้
  •  ออกฤทธิ์เร็ว ป้องกันได้ยาวนาน พ่นเพียง 1 ครั้ง ออกฤทธิ์เร็วภายใน 2 นาที นานถึง 6 ชั่วโมง พ่นเพียงวันละ 2-3 ครั้ง หรือทุก 6-8 ชั่วโมง จะช่วยป้องกันไวรัสได้ตลอดวัน
  •  ไม่ใช่ยา ปลอดภัยสูง ใช้ในเด็กและกลุ่มเปราะบางได้  ไม่มีส่วนผสมของยา ไม่มีผลข้างเคียง ใช้ได้ในเด็กวัย 3 ปีขึ้นไป คุณแม่ตั้งครรภ์ คุณแม่ให้นมบุตร และผู้สูงอายุได้
  •  ผ่านการรับรอง ได้รับใบอนุญาตจาก อย. เลขที่ ฆพ.1059/2564 มีใบอนุญาตนำเข้าเครื่องมือแพทย์ เลขที่ GBR6304847
  • ควรใช้สเปรย์พ่นจมูกก่อนออกจากบ้าน เมื่อเดินทาง ต้องออกไปอยู่ท่ามกลางกลุ่มคนหนาแน่น หรือที่มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อจากไวรัสและแบคทีเรีย

               สอนลูกรู้จักดูแลป้องกันตัวเอง ให้คุ้นเคยกับการใส่หน้ากากอนามัย  และดูแลตัวเองให้ห่างไกลจากเชื้อโรค ไม่เอาหน้ากากอนามัยไว้ใต้คาง ไม่ใช้หน้ากากอนามัยซ้ำ ไม่เอามือจับหน้า ล้างมือด้วยเจลหรือสเปรย์แอลกอฮอล์บ่อยๆ อยู่ให้ห่างคนอื่นอย่างน้อย 1-2 เมตร ไม่เข้าไปอยู่ในสถานที่พลุกพล่าน ไม่ใช้มือหยิบจับอาหาร และไม่ใช้ของร่วมกันกับคนอื่น

          


#ติดเชื้อทางเดินหายใจ #หวัด #ไข้หวัดใหญ่

#หวัดป้องกันได้ #เชื้อโรคลอยในอากาศ

#นาซัลลีซ #สเปรย์พ่นจมูก #ไม่ใช่ยา #ดักจับเชื้อโรค

#นาซัลลีซทราเวล #ExtraProtection #Germblocker #Invisible_mask #ป้องกันดีกว่ารักษา

 

ปรึกษาหรือสอบถามรายละเอียดสินค้า

Line : @nasaleze (มี@ ด้านหน้าด้วยนะคะ) หรือ คลิก https://lin.ee/Iy3ufdh

☎โทร : 02-287-4956

 

Share This
บทความอื่นๆที่เกี่ยวข้อง

  • Sign up
Password Strength Very Weak
Lost your password? Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.
We do not share your personal details with anyone.
Back To Top